วิธีติดตั้ง MikroTik RouterOS บน VMware Workstation
สรุป เรียนรู้วิธีติดตั้งและตั้งค่า MikroTik RouterOS (CHR) บน VMware Workstation คู่มือนี้ครอบคลุมการวางแผนอินเทอร์เฟซเครือข่าย การสร้างเครื่องเสมือนด้วยไฟล์ VMDX และการเข้าถึงครั้งแรกผ่าน WinBox เพื่อสร้างห้องทดลองเสมือนครบวงจร
วิธีติดตั้ง MikroTik RouterOS บน VMware Workstation
การใช้งาน MikroTik RouterOS ในรูปแบบเครื่องเสมือนเป็นวิธีที่ดีในการสร้างสภาพแวดล้อมห้องทดลอง ทดสอบการตั้งค่าการส่งข้อมูลที่ซับซ้อน หรือแม้แต่ออกแบบ Cloud Hosted Router (CHR) สำหรับใช้งานจริง โดยใช้ VMware Workstation คุณสามารถจำลองโทโพโลยีเครือข่ายที่สมจริงบนเครื่องพีซีของคุณได้โดยตรง

การออกแบบเครือข่ายเสมือน
ก่อนเริ่มติดตั้ง จำเป็นต้องวางแผนอินเทอร์เฟซเครือข่ายของคุณ การตั้งค่าห้องทดลองทั่วไปมักจะมีอินเทอร์เฟซอย่างน้อยสามตัว:
- Ethernet 1 (WAN): กำหนดให้กับ VMnet 8 (โหมด NAT) เพื่อให้เราเตอร์เข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านเครื่องโฮสต์
- Ethernet 2 (LAN 11): กำหนดให้กับ VMnet 11 (Host-only) เพื่อจำลองเครือข่ายภายในเครือข่ายแรก
- Ethernet 3 (LAN 12): กำหนดให้กับ VMnet 12 (Host-only) ใช้เป็นซับเน็ตที่สองสำหรับทดสอบการส่งข้อมูลข้าม VLAN หรือการแบ่งส่วนเครือข่าย
การใช้งาน VMnet แยกกันช่วยให้คุณแยกแยะการรับส่งข้อมูลและบริหารเครื่องเสมือนราวกับเชื่อมต่อกับสวิตช์จริง
สิ่งที่ต้องมีและดาวน์โหลด
สำหรับเริ่มต้น คุณจะต้องดาวน์โหลดสองไฟล์สำคัญจาก หน้าดาวน์โหลด MikroTik อย่างเป็นทางการ:
- WinBox: เครื่องมือกราฟิกหลักสำหรับบริหาร RouterOS
- Cloud Hosted Router (CHR): ให้ดาวน์โหลดไฟล์ VMDX image สำหรับ VMware โดยเฉพาะ รูปแบบนี้เหมาะกับสภาพแวดล้อมเสมือน ทำให้การตั้งค่ารวดเร็วกว่า ISO ปกติ
คำแนะนำ: แนะนำใช้เวอร์ชัน “Stable” (เช่น 7.x) เพื่อความสมดุลระหว่างฟีเจอร์และความเสถียรในการทดสอบ
การตั้งค่าเครือข่ายเสมือน VMware
เปิด Virtual Network Editor ของ VMware เพื่อเตรียมซับเน็ตของคุณ ให้ตรวจสอบว่า VMnet 8 ตั้งค่าเป็น NAT สำหรับ LAN (VMnet 11 และ 12) ตั้งเป็น Host-only
ควรกำหนดช่วง IP แบบคงที่ให้กับอะแดปเตอร์เหล่านี้บนเครื่องโฮสต์ เช่น ถ้า VMnet 11 คือ LAN จะช่วยจัดการการรับส่งและตั้งค่า DHCP หรือเส้นทางคงที่ใน RouterOS ได้ง่ายขึ้น
การสร้างเครื่องเสมือน MikroTik
ทำตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อสร้างเครื่องเสมือน:
- สร้าง VM ใหม่: เลือกการตั้งค่าแบบ “Custom” และเลือกระบบปฏิบัติการ Guest เป็น “Other”
- สเปกฮาร์ดแวร์: จัดสรร RAM อย่างน้อย 512 MB ถึงแม้ RouterOS จะเบา แต่ RAM เพิ่มช่วยเพิ่มความเสถียรเมื่อเปิดหลายบริการ
- จัดเก็บข้อมูล: ลบฮาร์ดดิสก์เสมือนที่ VMware สร้างมาโดยอัตโนมัติ แล้วเพิ่มฮาร์ดดิสก์ใหม่โดยเลือก “Use an existing virtual disk” และชี้ไปยังไฟล์
.vmdxที่ดาวน์โหลดมาก่อนหน้านี้ - อะแดปเตอร์เครือข่าย: เพิ่มอะแดปเตอร์เครือข่ายสามตัว โดยอุปกรณ์ตัวแรกตั้งเป็น VMnet 8, ตัวที่สองเป็น VMnet 11 และตัวที่สามเป็น VMnet 12

การตั้งค่าเริ่มต้นและเชื่อมต่อ WinBox
เปิดเครื่องเสมือนด้วยพลังงาน รหัสผ่านเริ่มต้นคือ:
- ผู้ใช้:
admin - รหัสผ่าน: (เว้นว่าง)
เมื่อเข้าสู่ระบบครั้งแรก ระบบจะถามว่าต้องการดูใบอนุญาตซอฟต์แวร์หรือไม่ คุณสามารถข้ามได้โดยกด n จากนั้น RouterOS จะให้ตั้งรหัสผ่านใหม่ที่แข็งแรง อย่าข้ามขั้นตอนนี้ เพราะความปลอดภัยสำคัญแม้ในห้องทดลอง
สุดท้าย เปิด WinBox บนเครื่องโฮสต์ของคุณ โปรแกรมจะตรวจจับเราเตอร์เสมือนจากที่อยู่ MAC ในแท็บ “Neighbors” ให้คลิกที่ที่อยู่ใส่รหัสผ่านใหม่ แล้วเริ่มต้นตั้งค่าได้เลย
MKController ช่วยได้อย่างไร: การบริหารเราเตอร์เสมือนอาจซับซ้อนเมื่อห้องทดลองขยายตัว MKController มอบแดชบอร์ดกลางบนคลาวด์ เพื่อเฝ้าติดตามและเข้าถึงอินสแตนซ์ MikroTik บน VMware ได้จากทุกที่ เหมือนกับฮาร์ดแวร์จริง เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ /docs/

เกี่ยวกับ MKController
หวังว่าเนื้อหาข้างต้นจะช่วยให้คุณเข้าใจ Mikrotik และโลกอินเทอร์เน็ตได้ดีขึ้น! 🚀
ไม่ว่าจะปรับแต่งการตั้งค่าหรือจัดการความซับซ้อนของเครือข่าย MKController พร้อมช่วยให้อุปกรณ์ของคุณง่ายต่อการจัดการ
ด้วยการควบคุมจากคลาวด์แบบรวมศูนย์ การอัปเดตความปลอดภัยอัตโนมัติ และแดชบอร์ดที่ใช้งานง่าย เราพร้อมยกระดับการจัดการเครือข่ายของคุณ
👉 เริ่มทดลองใช้ฟรี 7 วัน ที่ mkcontroller.com และลุยกับการควบคุมเครือข่ายที่ง่ายดาย