Skip to content
InstagramYouTubeFacebook

Tutorial

วิธีตั้งค่า WireGuard VPN Client บน MikroTik

เรียนรู้การตั้งค่า WireGuard บน MikroTik ด้วยวิธีทีละขั้นตอน พร้อมนโยบายเส้นทางและการตั้ง Kill Switch เพื่อความปลอดภัย.

สรุป > เรียนรู้วิธีตั้งค่าเราเตอร์ MikroTik เป็น WireGuard client คู่มือนี้ครอบคลุมการสร้างคีย์ การตั้งค่า peer และเทคนิคการจัดการเส้นทางขั้นสูง เช่น กฎ Mangle สำหรับอุโมงค์อุปกรณ์เฉพาะ และการตั้ง ‘Kill Switch’ ป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล

WireGuard ได้เปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับ VPN บนเราเตอร์ MikroTik ตั้งแต่ RouterOS v7 เปิดตัว ผู้ใช้เข้าถึงโปรโตคอลที่เร็วและตรวจสอบได้ง่ายกว่าตัวเลือกเดิมอย่าง OpenVPN หรือ L2TP/IPsec คู่มือนี้จะแนะนำขั้นตอนการตั้งค่า MikroTik เป็น WireGuard client พร้อมการควบคุมการรับส่งข้อมูลในเครื่องอย่างละเอียด

การเตรียมข้อมูลรับรอง WireGuard ของคุณ

ก่อนใช้ WinBox คุณจะต้องได้การตั้งค่าจากผู้ให้บริการ VPN (เช่น Proton VPN หรือ NordVPN) WireGuard ใช้การแลกเปลี่ยนกุญแจสาธารณะ/ส่วนตัว ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีข้อมูลดังต่อไปนี้พร้อม:

  • Private Key: สำหรับอินเทอร์เฟซ MikroTik ของคุณ
  • Public Key: จากเซิร์ฟเวอร์ VPN
  • Endpoint Address & Port: IP หรือ URL ของเซิร์ฟเวอร์
  • Allowed IPs: ปกติจะเป็น 0.0.0.0/0 สำหรับอุโมงค์เต็มรูปแบบ
MikroTik WireGuard Interface Configuration

ขั้นตอนที่ 1: สร้างอินเทอร์เฟซ WireGuard

เริ่มต้นด้วยการกำหนดอินเทอร์เฟซอุโมงค์บนเราเตอร์ MikroTik

  1. เปิด WinBox แล้วไปที่เมนู WireGuard
  2. กดปุ่ม + เพื่อเพิ่มอินเทอร์เฟซใหม่
  3. ตั้งชื่อเป็น WG-Client
  4. วาง Private Key ของคุณ MikroTik จะสร้าง Public Key ให้โดยอัตโนมัติ
  5. กด OK

ถัดไป กำหนดที่อยู่ IP ที่ผู้ให้บริการ VPN มอบให้กับอินเทอร์เฟซนี้ใน IP > Addresses

ขั้นตอนที่ 2: ตั้งค่า Peer

“Peer” คือเซิร์ฟเวอร์ระยะไกลที่คุณเชื่อมต่อ

  1. ในหน้าต่าง WireGuard ไปที่แท็บ Peers
  2. เลือกอินเทอร์เฟซ WG-Client
  3. ใส่ Public Key ของเซิร์ฟเวอร์ระยะไกล
  4. กำหนด Endpoint และ Endpoint Port
  5. ใน Allowed IPs ใส่ 0.0.0.0/0 (อนุญาตให้ข้อมูลไหลผ่าน แต่ยังไม่ตั้งเส้นทางอัตโนมัติทั้งหมด)
Adding a WireGuard Peer in WinBox

ขั้นตอนที่ 3: การทำ Routing ตามนโยบาย (PBR)

โดยปกติ คุณไม่ต้องการให้เครือข่ายทั้งหมดของคุณผ่าน VPN อาจต้องการแค่เซิร์ฟเวอร์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์เฉพาะผ่านอุโมงค์เท่านั้น เราจะใช้ กฎ Mangle เพื่อจัดการเรื่องนี้

  1. ไปที่ IP > Firewall > Mangle
  2. สร้างกฎใหม่: Chain: prerouting
  3. Src. Address: ใส่ IP เครื่องในเครือข่ายที่ต้องการให้ผ่านอุโมงค์ (เช่น 192.168.88.50)
  4. Action: mark routing
  5. New Routing Mark: ตั้งชื่อว่า via-wireguard
  6. ยกเลิกเลือก “Pass Through”
MikroTik Mangle Rule for Routing Marks

ขั้นตอนที่ 4: การตั้งค่าเส้นทางและ “Kill Switch”

ตอนนี้ให้เราเตอร์รับทราบว่าทราฟฟิกที่มีเครื่องหมาย via-wireguard จะต้องผ่านอุโมงค์

  1. ไปที่ IP > Routes
  2. เพิ่มเส้นทางใหม่: Gateway: WG-Client, Routing Table: via-wireguard
  3. Kill Switch: เพิ่มเส้นทางที่สองโดยใช้ Routing Table เดียวกัน (via-wireguard) แต่ตั้ง Type เป็น blackhole และกำหนด distance สูงกว่า

หมายเหตุ: เส้นทาง blackhole จะหยุดการรั่วไหลของข้อมูลโดยบล็อกการส่งข้อมูลหากอุโมงค์ WireGuard หยุดทำงาน แทนที่จะหลุดผ่าน ISP ปกติของคุณ

Configuring Blackhole Routes for VPN Kill Switch

เกี่ยวกับ MKController

หวังว่าข้อมูลข้างต้นจะช่วยให้คุณเข้าใจและจัดการ MikroTik กับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของคุณได้ดีขึ้น! 🚀
ไม่ว่าคุณจะตั้งค่าระบบอย่างละเอียดหรือเพียงต้องการจัดระเบียบเครือข่ายให้เป็นระบบ MKController พร้อมช่วยให้การจัดการของคุณง่ายขึ้น

ด้วยการจัดการคลาวด์แบบรวมศูนย์ อัปเดตความปลอดภัยอัตโนมัติ และแดชบอร์ดใช้งานง่าย เรามีทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการยกระดับการทำงานของคุณ

👉 เริ่มทดลองใช้ฟรี 3 วันได้เลย ที่ mkcontroller.com — สัมผัสการควบคุมเครือข่ายที่ง่ายดายจริงๆ